Gears of War: E-Day ลือทุ่มทุนสร้างมหาศาล กับโจทย์ใหญ่ของเกมเอ็กซ์คลูซีฟ Xbox
ถ้าพูดถึงหนึ่งในแฟรนไชส์เกมแอ็กชันมุมมองบุคคลที่สามระดับตำนานที่อยู่คู่กับแบรนด์ Xbox มาอย่างยาวนาน เชื่อว่าชื่อของ Gears of War จะต้องโผล่ขึ้นมาในใจของเหล่าเกมเมอร์เป็นอันดับต้นๆ อย่างแน่นอนครับ ด้วยจุดเด่นด้านบรรยากาศที่ดิบโหด ระบบการยิงและหลบหลังที่พักแขนสุดมัน และเรื่องราวอันเข้มข้นของเหล่าทหารที่ต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของมนุษยชาติ ล่าสุดกับการมาถึงของภาคย้อนอดีตอย่าง Gears of War: E-Day ที่พาทุกคนกลับไปสัมผัสจุดเริ่มต้นของวันแห่งการบุกรุก หรือ Emergence Day ก็สร้างกระแสพูดถึงในหมู่แฟนเกมได้อย่างคึกคักพอสมควรเลยทีเดียว
ทว่า ล่าสุดกลับมีประเด็นร้อนในวงการอุตสาหกรรมเกมเกิดขึ้น เมื่อมีรายงานจากหลายสื่อชั้นนำในต่างประเทศหลุดออกมาเกี่ยวกับงบประมาณในการพัฒนาเกมภาคนี้ ซึ่งตัวเลขที่หลุดออกมานั้นสูงลิบลิ่วจนทำเอาทั้งผู้เล่นและนักวิเคราะห์ต่างต้องตกตะลึง เพราะตัวเลขงบพัฒนานั้นสูงติดอันดับต้นๆ ของวงการเกมยุคใหม่เลยก็ว่าได้
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีรายงานเรื่องทุนสร้างที่สูงมหาศาล แต่มุมมองเรื่องยอดขายแบบปกติและรูปแบบการให้บริการผ่านระบบสมาชิกกลับกลายเป็นประเด็นที่ถูกนำมาถกเถียงกันอย่างหนัก ว่าการลงทุนระดับนี้จะคุ้มค่ากับการทำเกมลงเฉพาะแพลตฟอร์มหรือไม่ และทิศทางของเกมเอ็กซ์คลูซีฟในยุคนี้กำลังจะเปลี่ยนไปอย่างไร
ทุนสร้างระดับบิ๊กโปรเจกต์ กับยอดผู้เล่นบนระบบสมาชิก
รายงานจากสื่อข่าววงการเกมชื่อดังอย่าง Kotaku รวมถึงนักข่าวสายธุรกิจเกมได้ระบุตรงกันว่า งบประมาณในการพัฒนา Gears of War: E-Day นั้นสูงถึงระดับห้าร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว ซึ่งข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าตัวเลขมหาศาลนี้ยังไม่ได้รวมค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและการโปรโมตเลยด้วยซ้ำ ขณะที่นักข่าวสายเทคโนโลยีชื่อดังอย่าง Jez Corden จาก Windows Central ได้ออกมาให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า ตัวเลขงบประมาณดังกล่าวไม่ได้ผิดไปจากความจริงนัก แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้แน่ชัดว่ารวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการทีมพัฒนาอย่าง The Coalition ด้วยหรือเปล่า
ในด้านของยอดขายนั้น มีข้อมูลระบุว่าตัวเกมมียอดจำหน่ายในรูปแบบปกติบนแพลตฟอร์ม Xbox และ PC อยู่ที่ประมาณสองแสนสามหมื่นชุด ซึ่งอาจดูไม่ได้หวือหวาเท่าใดนักเมื่อเทียบกับชื่อชั้นของเกมระดับบิ๊กเนม แต่ตัวเลขนี้ไม่อาจสะท้อนภาพรวมทั้งหมดได้ เนื่องจากตัวเกมถูกนำไปรวมไว้ในบริการ Xbox Game Pass ตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัว ส่งผลให้มีผู้เล่นเข้าถึงและเข้ามาสัมผัสตัวเกมสูงถึงเกือบสองล้านคนในช่วงแรก และคาดว่าจำนวนผู้เล่นจะยังคงเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลา
ระบบ Game Pass ถือเป็นหัวใจสำคัญและเครื่องมือสร้างรายได้หลักของ Microsoft ในยุคนี้ โดยสามารถทำรายได้หมุนเวียนต่อปีได้สูงถึงเกือบห้าพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้น หากงบประมาณการพัฒนาเกมภาคนี้อยู่ที่ระดับห้าร้อยล้านดอลลาร์จริง ก็จะคิดเป็นสัดส่วนราวสิบเปอร์เซ็นต์ของรายได้ทั้งหมดจาก Game Pass ในหนึ่งปี ซึ่งถือเป็นตัวเลขการลงทุนที่สูงมากสำหรับเกมเพียงเกมเดียว
ประเด็น PS5 ที่ถูกยกเลิก และการเปลี่ยนทิศทางของ Xbox
อีกหนึ่งประเด็นที่สร้างความฮือฮาในวงการไม่แพ้กัน คือเรื่องของแพลตฟอร์มในการวางจำหน่าย มีรายงานหลุดออกมาว่าเดิมทีตัวเกมเคยถูกวางแผนไว้ว่าจะลงให้กับเครื่อง PlayStation 5 ของฝั่ง Sony ด้วยเช่นกัน โดยมีเอกสารนำเสนอภายในของ Microsoft ชี้ให้เห็นถึงแนวคิดการทำลงหลายแพลตฟอร์ม ทว่าโปรเจกต์เวอร์ชัน PS5 กลับถูกสั่งยกเลิกในช่วงท้ายก่อนการเปิดตัว ส่งผลให้ตัวเกมวางจำหน่ายเฉพาะบนระบบนิเวศของ Xbox เท่านั้น
เบื้องหลังการตัดสินใจยกเลิกเวอร์ชันคอนโซลคู่แข่งนี้ สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงแนวคิดของผู้บริหารระดับสูง โดย Asha Sharma ซีอีโอคนใหม่ของ Xbox มีวิสัยทัศน์ที่ต้องการดึงความสำคัญของเกมเอ็กซ์คลูซีฟกลับคืนมา เพื่อสร้างจุดเด่นเฉพาะตัวให้กับแพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นทิศทางที่สวนทางกับผู้บริหารชุดก่อนอย่าง Phil Spencer และ Sarah Bond ที่เคยเน้นย้ำเรื่องการขยายเกมไปยังหลากหลายแพลตฟอร์มเพื่อสร้างฐานผู้เล่นและรายได้ให้กว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้
แม้ว่าตัวเกมภาคนี้จะได้รับคะแนนรีวิวในระดับที่ค่อนข้างดี โดยสื่อต่างประเทศอย่าง GameSpot ได้ให้คะแนนไว้อยู่ที่เจ็ดเต็มสิบ แต่กระแสเรื่องความคุ้มค่าในการลงทุนก็ยังคงเป็นคำถามที่แฟนเกมและคนในวงการให้ความสนใจอย่างมาก
บทวิเคราะห์/ความเห็นของเรา: ทุนสร้างมหาศาลกับความท้าทายของเกมเอ็กซ์คลูซีฟ
(หมายเหตุ: เนื้อหาในส่วนนี้เป็นการวิเคราะห์และมุมมองของทีมงาน CappuYen ไม่ใช่ข้อเท็จจริงจากรายงานข่าว) ในมุมมองของเรา การที่เกมระดับ AAA ในยุคปัจจุบันใช้ทุนสร้างสูงถึงระดับห้าร้อยล้านดอลลาร์ เริ่มกลายเป็นความเสี่ยงที่น่ากังวลอย่างยิ่งสำหรับค่ายเกมครับ เพราะการจำกัดให้เกมวางจำหน่ายเฉพาะบนแพลตฟอร์มเดียว เท่ากับเป็นการปิดโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าขนาดใหญ่บนเครื่องคอนโซลคู่แข่ง ซึ่งนักวิเคราะห์ในวงการอย่าง Mike Futter ก็ได้ออกมาให้ความเห็นในทิศทางเดียวกันว่า การทำเกมเอ็กซ์คลูซีฟบนคอนโซลด้วยงบประมาณระดับนี้แทบจะไม่คุ้มค่าในเชิงธุรกิจอีกต่อไปแล้ว แม้ว่างบประมาณจริงจะเหลือเพียงครึ่งเดียวก็ตาม
การพึ่งพารายได้จากระบบสมัครสมาชิกเพียงอย่างเดียว แม้จะช่วยดึงจำนวนผู้เล่นมหาศาลในวันแรก แต่มันคือโมเดลการดึงคนเข้าสู่ระบบนิเวศมากกว่าการสร้างกำไรแบบขายขาดตรงๆ ยิ่งการเปลี่ยนทิศทางนโยบายไปมาระหว่างการขายแบบ Multiplatform กับการดึงกลับมาทำ Exclusive ยิ่งสร้างความท้าทายในการคืนทุนของค่ายเกมอย่างมาก
อย่างไรก็ดี ทางทีมพัฒนาอย่าง The Coalition ได้ระบุว่าพวกเขามีรากฐานทางเทคโนโลยีที่พร้อมแล้ว ซึ่งน่าจะช่วยให้การสร้างภาคต่อในอนาคตทำได้รวดเร็วและประหยัดงบประมาณลงได้มากขึ้น นี่ยังไม่รวมถึงการขยายจักรวาลของเกมไปยังสื่อบันเทิงอื่นอย่างภาพยนตร์และซีรีส์บน Netflix ที่กำลังอยู่ในการผลิต ซึ่งอาจเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญในการสร้างรายได้และขยายฐานแฟนคลับให้กว้างขึ้นกว่าเดิม
สรุปประเด็นสำคัญ
- รายงานข่าวระบุว่า Gears of War: E-Day อาจใช้ทุนสร้างสูงถึงห้าร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งยังไม่รวมงบการตลาด
- มียอดขายแบบปกติบน Xbox และ PC อยู่ที่ราวสองแสนสามหมื่นชุด แต่มียอดผู้เล่นผ่าน Xbox Game Pass สูงเกือบสองล้านคน
- เดิมทีมีรายงานว่ามีแผนจะลงให้กับเครื่อง PS5 แต่ถูกยกเลิกกระทันหันตามนโยบายเน้นเกมเอ็กซ์คลูซีฟของผู้บริหารใหม่
- นักวิเคราะห์มองว่าการทำเกมเอ็กซ์คลูซีฟด้วยทุนสร้างมหาศาลเริ่มไม่คุ้มค่าในเชิงธุรกิจยุคปัจจุบัน
- ทีมพัฒนาวางรากฐานไว้พร้อมสำหรับภาคต่อแล้ว และแบรนด์ยังได้รับการขยายเป็นภาพยนตร์และซีรีส์บน Netflix อีกด้วย
ที่มา: GameSpot — Gears Of War: E-Day Cost Half A Billion To Make, Apparently
บทความนี้เรียบเรียงและวิเคราะห์โดยทีมงาน CappuYen (AI Content Disclaimer) · นโยบายความเป็นส่วนตัว / Privacy Policy
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น