โปรแกรมทดแทน Adobe ที่น่าจับตา: รู้จัก ArtCraft ชุดแอปโอเพนซอร์สและทางเลือกอื่นที่ใช้ได้จริง

หลายคนที่ทำงานสายสร้างสรรค์คงคุ้นเคยกับความรู้สึกว่า ค่าบอกรับ Adobe Creative Cloud นั้นแพงขึ้นเรื่อย ๆ แถมยังต้องผูกกับระบบของเขา ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ฟอร์แมตเฉพาะหรือการซิงก์กับคลาวด์ ทั้งที่งานบางอย่างก็ไม่ได้ต้องใช้ฟีเจอร์ระดับสูงขนาดนั้น พอมีทางเลือกใหม่ ๆ ที่ฟรีหรือราคาถูกกว่า ไม่แปลกที่ผู้ใช้จะเริ่มมองหาทางออก

ในช่วงหลังมีโปรเจกต์โอเพนซอร์สหลายตัวที่พยายามสร้างเครื่องมือสำหรับงานสร้างสรรค์โดยเฉพาะ หนึ่งในนั้นคือ ArtCraft ชุดแอปที่เขียนด้วยภาษา Rust ทั้งหมด และเปิดให้ใช้ฟรี รวมถึงมีทางเลือกอื่นที่ใช้กันจริงในแต่ละสายงาน ไม่ว่าจะเป็นแก้ไขภาพ เวกเตอร์ ตัดต่อวิดีโอ หรือจัดการไฟล์ PDF

บทความนี้จะพาไปรู้จัก ArtCraft ว่ามีอะไรบ้าง แต่ละตัวเทียบกับงานแบบไหนใน Adobe แล้วมีทางเลือกอื่นใดที่น่าสนใจ พร้อมข้อควรระวังในการย้ายมาใช้

ArtCraft คืออะไร มีแอปอะไรบ้าง

ArtCraft คือกลุ่มเครื่องมือสร้างสรรค์โอเพนซอร์สที่พัฒนาขึ้นใหม่ทั้งหมดด้วยภาษา Rust เป้าหมายคือทำแอปเนทีฟสำหรับ macOS, Windows และ Linux โดยไม่ใช้ Electron หรือเว็บวิวแบบที่หลายโปรแกรมยุคใหม่ทำกัน จุดเด่นที่ทางทีมผู้พัฒนาระบุคือ ทุกแอปเขียนจากศูนย์และอยู่ภายใต้ใบอนุญาตแบบเปิด (permissive licenses) บน GitHub

ชุดแอปของ ArtCraft ประกอบด้วยเจ็ดตัว ได้แก่ PhotoCraft สำหรับแก้ไขภาพ (เทียบได้กับ Photoshop), VectorCraft สำหรับงานเวกเตอร์ (เทียบ Illustrator), FilmCraft สำหรับตัดต่อวิดีโอ (เทียบ Premiere Pro), LightCraft สำหรับจัดการคลังภาพและแปลงไฟล์ RAW (เทียบ Lightroom), PrintCraft สำหรับงาน PDF (เทียบ Acrobat), EffectCraft สำหรับโมชันกราฟิกและวิชวลเอฟเฟกต์ (เทียบ After Effects) และ DesignCraft สำหรับจัดหน้าและสิ่งพิมพ์ (เทียบ InDesign)

สถานะปัจจุบันของแต่ละตัวยังไม่เหมือนกัน PhotoCraft และ PrintCraft อยู่ในช่วง early alpha แล้วมีตัวติดตั้งให้ดาวน์โหลดทั้ง macOS, Windows และ Linux ส่วน VectorCraft, FilmCraft, LightCraft, EffectCraft และ DesignCraft ยังอยู่ในช่วงพัฒนา (in development) แม้จะมีตัวติดตั้งเตรียมไว้ให้ลองแล้วก็ตาม

หลักการร่วมของทุกแอปคือ โอเพนซอร์ส เนทีฟไม่ห่อด้วยเว็บ และออกแบบให้คนที่ทำงานมืออาชีพคุ้นเคยกับเลย์เอาต์และคีย์ลัดอยู่แล้ว จึงไม่ต้องเรียนรู้ใหม่ทั้งหมด อีกทั้งไฟล์และข้อมูลทั้งหมดทำงานบนเครื่องของผู้ใช้เอง ไม่ต้องพึ่งคลาวด์ของใคร

โค้ดทั้งหมดอยู่บน GitHub ที่ github.com/storytold/artcraft (มีซอร์สแยกของแต่ละแอป เช่น storytold/photocraft) ดูรายชื่อแอปทั้งหมดได้ที่ getartcraft.com/apps และดาวน์โหลดตัวติดตั้งได้ที่ หน้าดาวน์โหลด

ข้อควรรู้: ทาง ArtCraft ยังมีผลิตภัณฑ์สตูดิโอสำหรับสร้างภาพและวิดีโอด้วย AI ที่มีแพ็กเกจแบบชำระเงิน/ซื้อเครดิตแยกต่างหาก (ดู หน้าราคา) ส่วนแอปทั้งเจ็ดในบทความนี้ เว็บไซต์ระบุว่าเป็นโอเพนซอร์สและใช้ฟรี

สำหรับคนที่อยากลองก่อนตัดสินใจ ทางทีมเปิดให้ทดสอบบิลด์ early และรับรายงานบั๊กผ่าน Discord ของ ArtCraft ได้โดยตรง

ทางเลือกอื่นที่ใช้กันจริงในแต่ละงาน

นอกจาก ArtCraft ยังมีเครื่องมือโอเพนซอร์สและฟรีเมียมอีกหลายตัวที่คนในวงการใช้จริงมานาน เริ่มจากงานแก้ไขภาพอย่าง GIMP ที่มีความสามารถครบพอสมควรสำหรับการรีทัชและตัดต่อภาพพื้นฐาน หรือ Krita ที่เน้นงานวาดภาพดิจิทัลและภาพประกอบโดยเฉพาะ ด้านเวกเตอร์มี Inkscape ที่ใช้กันแพร่หลายในงานออกแบบโลโก้และภาพประกอบแบบเวกเตอร์

สำหรับตัดต่อวิดีโอ มี DaVinci Resolve ที่มีเวอร์ชันฟรีให้ใช้ และมีเครื่องมือระดับมืออาชีพครบ ทั้งการตัดต่อ การปรับสี และงานเสียง ในขณะที่ Shotcut และ Kdenlive เป็นทางเลือกฟรีที่เบากว่า เหมาะกับงานตัดต่อทั่วไป ด้านโมชันและวิชวลเอฟเฟกต์มี Blender ที่นอกจากงาน 3D แล้วยังมีระบบคอมโพสิตติงและโมชันกราฟิกในตัว รวมถึง Natron ที่เน้นงานคอมโพสิตติงโดยเฉพาะ

งานจัดหน้าและสิ่งพิมพ์มี Scribus ที่ใช้จัดหน้าเอกสารและสิ่งพิมพ์ได้จริง ส่วนงานดูแลไฟล์ PDF มี LibreOffice Draw และ PDFsam ที่ช่วยรวม แยก และจัดการไฟล์ PDF ได้สะดวก สำหรับการแต่งภาพถ่ายและการจัดการคลังภาพมี Darktable และ RawTherapee ที่รองรับไฟล์ RAW และมีเครื่องมือปรับแต่งระดับมืออาชีพ

จะเห็นว่าหลายงานมีทางเลือกที่ใช้ได้จริง ไม่ว่าจะเป็นงานภาพ เวกเตอร์ วิดีโอ หรือ PDF แต่ละโปรแกรมมีจุดแข็งและข้อจำกัดต่างกัน การเลือกจึงขึ้นอยู่กับลักษณะงานและความถนิตของการใช้งาน

ใช้บนเว็บกับติดตั้งบนเดสก์ท็อป ต่างกันยังไง

จุดที่น่าสนใจของชุดแอปนี้คือ ทีมพัฒนาเปิดให้ใช้ได้สองแบบ แบบแรกคือติดตั้งเป็นแอปบนเครื่อง (macOS, Windows, Linux) ซึ่งเป็นแอปเนทีฟที่คอมไพล์จาก Rust โดยตรง ไม่ได้ห่อด้วย Electron หรือเว็บวิว อีกแบบคือใช้ผ่านเบราว์เซอร์ เพราะบางตัวของชุดนี้ (PhotoCraft, VectorCraft, LightCraft, PrintCraft, EffectCraft และ DesignCraft) ถูกคอมไพล์เป็น WebAssembly และรันในแท็บเบราว์เซอร์ได้เลย

ความต่างที่รู้สึกได้จริงอยู่ที่การทำงานกับไฟล์และทรัพยากรของเครื่อง เวอร์ชันเดสก์ท็อปเป็นแอปที่รันบนเครื่องเราโดยตรง จึงเข้าถึงไฟล์ในโฟลเดอร์ของเราได้ตามปกติ ใช้ฟอนต์ที่ติดตั้งไว้ในเครื่อง และทำงานออฟไลน์ได้ ไม่ต้องต่ออินเทอร์เน็ต ทุกอย่างไม่ต้องวนไปที่คลาวด์ ส่วนเวอร์ชันเว็บข้อดีคือไม่ต้องติดตั้งอะไร เปิดแท็บก็ใช้ได้ทันที ใช้เครื่องไหนก็ได้ แต่ก็มีข้อจำกัดตามธรรมชาติของเบราว์เซอร์ เช่น หน่วยความจำและขนาดไฟล์ที่จัดการได้ รวมถึงการเข้าถึงไฟล์ในเครื่องที่ต้องผ่านการอัปโหลดแต่ละครั้ง และเมื่อมีเวอร์ชันใหม่ก็ได้ใช้ทันทีโดยไม่ต้องโหลดตัวติดตั้งใหม่

ถ้าเล็งเป็นงานประจำหรือไฟล์ใหญ่ แบบเดสก์ท็อปจะเหมาะกว่าและให้ความต่อเนื่องในการทำงานยาว ๆ แต่ถ้ายังไม่แน่ใจหรือใช้เครื่องที่ติดตั้งโปรแกรมไม่ได้ (เครื่องที่ทำงาน ห้องคอม หรือแท็บเล็ต) ลองผ่านเบราว์เซอร์ก่อนได้ แล้วค่อยติดตั้งเดสก์ท็อปเมื่อเห็นว่าเข้ากับงานของเรา และเนื่องด้วยหลายตัวยังอยู่ในช่วงพัฒนา จึงควรเก็บไฟล์ต้นฉบับของงานไว้เสมอ

วิธีเลือกให้เหมาะกับงานและข้อควรระวัง

ก่อนย้ายมาใช้ทางเลือกอื่น ควรเริ่มจากประเมินงานที่ทำเป็นหลักก่อน ถ้าเป็นงานรีทัชภาพทั่วไป GIMP หรือ Krita ก็เพียงพอ แต่ถ้าต้องทำงานร่วมกับทีมที่ใช้ Adobe อยู่ การแลกไฟล์อาจมีปัญหาบ้าง เพราะฟอร์แมตบางอย่างเช่น PSD หรือ AI อาจเปิดได้ไม่สมบูรณ์ในโปรแกรมอื่น

เรื่องไฟล์เป็นสิ่งที่ต้องระวังมาก โดยเฉพาะงานที่มีเลเยอร์ ซับซ้อน หรือใช้ฟีเจอร์เฉพาะของ Adobe การส่งออกเป็น PDF หรือ PNG อาจช่วยได้ในบางกรณี แต่ถ้าต้องการแก้ไขต่อ ควรตรวจสอบว่าโปรแกรมปลายทางรองรับหรือไม่ อีกทั้งงานพิมพ์ที่ต้องการโปรไฟล์สีเฉพาะอาจต้องทดสอบก่อนใช้งานจริง

ด้านเวิร์กโฟลว์ การย้ายมาอยู่บนโอเพนซอร์สอาจต้องปรับวิธีการทำงานบ้าง เช่น การใช้ปลั๊กอินหรือสคริปต์ที่แตกต่างออกไป แต่ข้อดีคือข้อมูลอยู่บนเครื่องเรา ไม่ต้องพึ่งอินเทอร์เน็ต และสามารถปรับแต่งได้ตามต้องการ ที่สำคัญคือควรทดลองใช้ก่อนตัดสินใจย้ายงานทั้งโครงการ

บทวิเคราะห์/ความเห็นของเรา

ในมุมมองของเรา การมี ArtCraft และทางเลือกอื่น ๆ เป็นสัญญาณที่ดีว่าตลาดเครื่องมือสร้างสรรค์กำลังเปิดกว้างมากขึ้น แม้หลายตัวจะยังอยู่ในช่วงพัฒนาและยังไม่พร้อมแทน Adobe ได้ทั้งหมด แต่ทิศทางที่เน้นความเป็นเนทีฟ โอเพนซอร์ส และทำงานบนเครื่องของผู้ใช้เอง ถือว่าน่าสนใจและตอบโจทย์คนที่ไม่อยากผูกกับระบบใดระบบหนึ่ง

ข้อสังเกตคือ การย้ายมาใช้ทางเลือกเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าจะต้องเลิกใช้ Adobe ทั้งหมด แต่สามารถใช้ผสมกันได้ เช่น งานที่ต้องการความแม่นยำสูงอาจใช้ Adobe ต่อไป ส่วนงานทั่วไปหรือโปรเจกต์ส่วนตัวอาจลองใช้ตัวเลือกฟรีดู ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความยืดหยุ่น

สิ่งสำคัญคืออย่าคาดหวังว่าโปรแกรมใหม่จะแทนที่ได้ 100% ทันที เพราะแต่ละตัวมีจุดแข็งคนละด้าน การทดลองใช้และปรับตัวเป็นเรื่องปกติ ในระยะยาวเรามองว่าการแข่งขันที่มากขึ้นจะผลักดันให้ทุกฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้น ซึ่งผู้ใช้อย่างเราได้ประโยชน์แน่นอน

สรุปประเด็นสำคัญ

  • ArtCraft คือชุดแอปโอเพนซอร์สเจ็ดตัวที่เขียนด้วย Rust ครอบคลุมงานภาพ เวกเตอร์ วิดีโอ PDF โมชัน และจัดหน้า โดยส่วนใหญ่อยู่ในช่วงพัฒนาและ early alpha
  • ทางเลือกอื่นที่ใช้กันจริง เช่น GIMP, Krita, Inkscape, DaVinci Resolve, Blender, Scribus, Darktable และ RawTherapee มีให้เลือกตามลักษณะงาน
  • การย้ายมาใช้ทางเลือกควรเริ่มจากงานที่ไม่ซับซ้อน และระวังเรื่องความเข้ากันได้ของไฟล์โดยเฉพาะเลเยอร์และฟอร์แมตเฉพาะ
  • ไม่จำเป็นต้องแทนที่ Adobe ทั้งหมด สามารถใช้ผสมกันได้ และควรมองว่าเป็นทางเลือกที่เพิ่มความยืดหยุ่นมากกว่าการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด

ที่มาและเครดิต


ที่มา: ArtCraft — โปรแกรมทดแทน Adobe ที่น่าจับตา: รู้จักชุดแอปโอเพนซอร์ส ArtCraft และทางเลือกอื่นที่ใช้ได้จริง
บทความนี้เรียบเรียงและวิเคราะห์โดยทีมงาน CappuYen (AI Content Disclaimer) · นโยบายความเป็นส่วนตัว / Privacy Policy

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Play RA2 on Your Browser with chronodivide.com

September Awareness Month - Fostering Consciousness and Spreading Essential Knowledge