ครึ่งหนึ่งของทีมเควสต์ Cyberpunk 2 คืออดีตม็อดเดอร์ เปิดเบื้องหลังวัฒนธรรมม็อดของ CDPR
ถ้าคุณเคยคิดว่าการนั่งแก้ม็อดเกมอยู่หน้าจอเป็นงานอดิเรกที่ไม่น่าจะพาไปไหนได้ ข่าวนี้ might ทำให้คุณเปลี่ยนใจ เพราะทีมงานที่กำลังสร้าง Cyberpunk 2 ภาคต่อสุดร้อนแรงของ CD Projekt Red มีคนจำนวนไม่น้อยที่เริ่มต้นเส้นทางจากตรงนั้น
Pawel Sasko รองผู้อำนวยการเกมของ Cyberpunk 2 ออกมาเล่าในไลฟ์สตรีม REDstreams ของสตูดิโอเมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา ว่าทีมเควสต์หรือทีมออกแบบภารกิจและเนื้อเรื่องของภาคต่อนี้ มีสมาชิกราวครึ่งหนึ่งที่เป็นอดีตม็อดเดอร์มาก่อน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าสนใจไม่น้อยสำหรับสตูดิโอใหญ่ระดับนี้
เรื่องนี้ถูกพูดขึ้นในจังหวะที่ทีมกำลังคุยถึงอัปเดตใหม่ๆ ของ Cyberpunk 2077 รวมถึงการเปิดรองรับการข้ามแพลตฟอร์มบน PlayStation 5, Nintendo Switch 2 และ Xbox Series X|S ซึ่งทางทีมบอกว่าเหตุผลส่วนหนึ่งคืออยากให้เกมยังสดใหม่และสนับสนุนความคิดสร้างสรรค์ของม็อดเดอร์ในชุมชนไปพร้อมกัน
ชุมชนม็อดคือกำลังสำคัญที่ทีมมองเห็นคุณค่า
Sasko เล่าในไลฟ์ว่าเขามักจะเข้าไปดูว่าม็อดเดอร์ในชุมชนกำลังทำอะไรอยู่บ่อยๆ และรู้สึกตื่นเต้นกับไอเดียที่หลากหลายที่เกิดขึ้น และบอกว่าทางสตูดิโอพยายามสนับสนุนชุมชนม็อดให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ไม่ใช่แค่คำพูดลอยๆ เพราะทาง CDPR ยังจับมือกับม็อดเดอร์ในชุมชนเพื่อร่วมงานกับอัปเดตครั้งนี้ด้วย และให้เครดิตว่าพวกเขามีส่วนช่วยประคองเกมให้ไปต่อได้
“ชุมชนม็อดช่วยให้เกมยังมีชีวิตอยู่จริงๆ” Sasko กล่าวในไลฟ์สตรีม
มุมมองนี้สะท้อนว่าทีมไม่ได้มองม็อดเป็นแค่ของเล่นเสริมหลังเกมออก แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศที่ทำให้เกมอายุยืนและมีคนกลับมาเล่นซ้ำอยู่เรื่อยๆ
จากผู้เล่นที่แก้ม็อด สู่คนออกแบบเควสต์มืออาชีพ
จุดที่น่าสนใจที่สุดของเรื่องนี้คือวิธีที่ Sasko มองเส้นทางของม็อดเดอร์ เขาอธิบายว่าหลายคนเริ่มจากเป็นผู้เล่นที่ลองปรับแต่งเกมด้วยม็อด และค่อยๆ สั่งสมประสบการณ์จากการลงมือทำจริง
เขามองว่านี่เป็นประตูบานแรกที่พาคนเข้าสู่วงการพัฒนาเกม เพราะการทำม็อดทำให้ได้เห็นว่าเกมถูกประกอบขึ้นมาอย่างไร และได้เรียนรู้ว่าอะไรทำได้หรือทำไม่ได้ในทางปฏิบัติ
สิ่งนี้ทำให้การรับคนจากชุมชนม็อดเข้ามาทำงานไม่ใช่เรื่องแปลกอีกต่อไป เพราะคนกลุ่มนี้มีพื้นฐานทั้งความเข้าใจเกมในฐานะผู้เล่น และทักษะด้านเทคนิคที่ผ่านการลองผิดลองถูกมาด้วยตัวเอง
แม้ข้อมูลนี้จะเคยถูกเปิดเผยมาก่อนแล้วเมื่อปีที่แล้ว แต่การหยิบมาพูดซ้ำในจังหวะนี้ก็ยิ่งตอกย้ำว่าทีมยังให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อยู่จริงๆ
ทำไมเรื่องนี้ถึงน่าสนใจในตอนนี้
การพูดถึงม็อดและชุมชนผู้เล่นกำลังเป็นประเด็นร้อนบนโซเชียลมีเดียอยู่ตอนนี้ โดยเฉพาะความเห็นที่แตกต่างกันระหว่างผู้เล่นฝั่งตะวันตกกับแฟนเกมฝั่งญี่ปุ่นในเรื่องแพตช์จากชุมชน ม็อด และการเล่นเกมผ่านอีมูเลเตอร์
ในบริบทแบบนี้ การที่สตูดิโอใหญ่ออกมาพูดชัดๆ ว่าม็อดเดอร์คือกำลังสำคัญและเป็นแหล่งบุคลากรคุณภาพ จึงเป็นสัญญาณที่ต่างออกไปจากท่าทีของบางค่ายในอุตสาหกรรม
ขณะเดียวกัน ฝั่งเกมเองก็มีอะไรให้แฟนๆ ติดตามต่อเนื่อง ทั้ง Edgerunners 2 ที่เพิ่งลง Netflix และได้รับการตอบรับดี รวมถึงของใหม่ในเกมอย่างการเล่นแบบถืออาวุธสองมือ ตัวเลือกปรับแต่งไซเบอร์แวร์เพิ่มเติม และโหมดพาทัวร์ไนท์ซิตี้ พร้อมอีสเตอร์เอ้กอ้างอิงอนิเมะ
บทวิเคราะห์และความเห็นของเรา
มุมที่เรามองว่าคุ้มค่าที่สุดของข่าวนี้ไม่ใช่ตัวเลขครึ่งหนึ่งของทีมเควสต์ แต่คือวิธีที่ CDPR ใช้ชุมชนม็อดเป็นทั้งแหล่งไอเดียและแหล่งคนทำงาน ซึ่งเป็นวงจรที่ได้ประโยชน์ทั้งสองทาง
ม็อดเดอร์ได้พื้นที่ลองของจริง ได้เครดิต และมีโอกาสก้าวเข้าสู่อาชีพ ส่วนสตูดิโอก็ได้คนที่เข้าใจเกมลึกพอๆ กับแฟนตัวยง และมีทักษะที่ผ่านการแก้ปัญหาจริงมาแล้ว ไม่ใช่แค่ท่องทฤษฎี
แน่นอนว่าเราไม่ควรเหมารวมว่าการทำม็อดจะการันตีการได้งานในสตูดิโอใหญ่ เพราะยังต้องอาศัยทีมเวิร์กและทักษะอื่นอีกมาก แต่กรณีนี้แสดงให้เห็นว่าช่องทางเข้าสู่วงการเกมเปิดกว้างกว่าที่หลายคนคิด และการนั่งทำอะไรที่ตัวเองรักจริงๆ ก็อาจกลายเป็นก้าวแรกของเส้นทางที่ไม่คาดฝันได้
สำหรับคนที่กำลังคิดจะเริ่มทำม็อดเกมที่ชอบอยู่ตอนนี้ อาจไม่ต้องรอให้ใครมาอนุญาต แค่ลงมือทำและเรียนรู้ไปพร้อมกันก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีพอแล้ว
สรุปประเด็นสำคัญ
- Sasko เผยว่าทีมเควสต์ของ Cyberpunk 2 มีสมาชิกราวครึ่งหนึ่งที่เป็นอดีตม็อดเดอร์
- ทีมมองว่าชุมชนม็อดช่วยให้เกมยังมีชีวิต และพยายามสนับสนุนชุมชนอย่างต่อเนื่อง
- การทำม็อดถูกมองเป็นบันไดขั้นแรกสู่การพัฒนาเกม เพราะได้เรียนรู้ว่าเกมถูกสร้างขึ้นมาอย่างไร
- อัปเดตของ Cyberpunk 2077 เปิดรองรับหลายแพลตฟอร์ม พร้อมร่วมงานและให้เครดิตม็อดเดอร์ในชุมชน
- ข้อมูลนี้เคยถูกเปิดเผยมาก่อน แต่กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้งในช่วงที่วงการกำลังถกเรื่องม็อดและแพตช์ชุมชน
ที่มา: IGN — Cyberpunk 2 Associate Director Says Half of Game's Quest Team Are Former Modders
บทความนี้เรียบเรียงและวิเคราะห์โดยทีมงาน CappuYen (AI Content Disclaimer) · นโยบายความเป็นส่วนตัว / Privacy Policy
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น